2009/Jan/26

วิธีโหลดเว้ป UPLOADD แบบไม่ต้องรอ

เอานี่ไปเติมแทนตัวเดิม http://download5.uploadd.com/download/downloadFile.aspx?pku=

คือตอนแรกลิ้งค์มันจะเป็น http://www.uploadd.com/download.aspx?pku=35A1FF759DBXLOYNWX8QRQTJ9RPJ8V
คุณเอาข้างบนไปแทนที่เป็น
http://download5.uploadd.com/download/downloadFile.aspx?pku=35A1FF759DBXLOYNWX8QRQTJ9RPJ8V

แล้วกด enter มันจะโหลดได้ทันที

2007/Jun/23

ขอเวลาเรียบเรียงหน่อยนะครับ
แต่ก็ขอแนะนำโปรแกรมที่ผมใช้มาก่อน คือ โปรแกรมที่สามารถบันทึกเป็น mp3 ได้ทันที เช่น

1.Power MP3 Recorder(MP3 Sound Recorder) เป็นโปรแกรมบันทึกเสียงเป็น mp3 ที่ใช้งานได้ดี
จากเวป http://www.cooolsoft.com/

2.Streambox ripper เป็นโปรแกรมแปลงค่าบีบอัดซีดี แปลงซีดีเป็น mp3 ที่ดีมากตัวหนึ่ง)
http://www.sonicspot.com/streamboxripper/streamboxripper.html

3.Mpeg Audio Scissors โปรแกรมตัดต่อ mp3 ใช้ดีพอใช้ไม่เปลืองเนื้อที่เพราะ ตัดต่อได้เลยไม่ต้องแปลงเป็นอื่นก่อน
http://www.sonicspot.com/mpegaudioscissors/mpegaudioscissors.html

ใครสนใจอะไรที่มากกว่านี้เชิญทางนี้ครับ
http://www.downloadjunction.com/product/software/7932/index.html

มีปัญหาเรื่องโปรแกรมเหล่านี้ก็ถามได้ครับ ยินดีที่ได้แบ่งปันความรู้ แม้จะน้อยนิด
เอาแค่นี้ก่อนนะครับ


อุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงเทปลงคอมพิวเตอร์

1. คอมพิวเตอร์ มีช่อง line-in หรือ mic-in ,speaker-out
2. เครื่องเล่นเทป หรืออื่นๆ ที่มีช่อง line-out , headphone , rca-out อย่างน้อย 1 ช่องทาง
3. สายต่อ mini-jack 2 way (หัวเหมือนสายเสียบหูฟัง ทั้งสองด้าน) หรือ ด้านหนึ่งเป็น rca-out อีกด้านเป็น mini-jack หาซื้อไม่ยาก
4. โปรแกรมบันทึกเสียง โปรแกรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


หลักการแปลงเทปลงคอมพิวเตอร์

สัญญาณเสียงจากเครื่องเล่นเทปจะส่งผ่านสายนำสัญญาณ (mini jack 2 way) ไปที่คอมพิวเตอร์ที่ช่อง Line in (mic in , aux in)

ที่คอมพิวเตอร์ ส่วนควบคุมเสียงที่จะบันทึก** (Recording Volume Control) จะต้องถูกเลือก (select) ให้ถูกช่องสัญญาณที่เข้ามา (มีช่องทางให้เลือก เช่น CD Audio ,Line-In , Miccrophone ,Wave หรือ What U Hear)
** อยู่ที่ Volume Control (รูปลำโพงด้านล่างขวาของจอ) เลือกที่ Option ที่ช่อง Recording

ที่จริงโปรแกรมที่ใช้บันทึกเสียงก็อาจจะมีส่วนที่ควบคุมช่องบันทึกเสียงไว้แล้ว (แต่บางทีก็ต้องเข้าไปเลือกเอง)
- เมื่อพร้อมที่จะบันทึกเสียงแล้ว เปิดโปรแกรมที่ใช้บันทึกเสียง เลือกช่องทางบันทึกให้ถูกต้อง สังเกตจาก VU Meter จะแสดงสัญญาณเข้า เลือกค่าบันทึก mp3 (bitrate - kbps,frequency - kHz) เลือกว่าจะเซพไฟล์ไว้ที่ไหน
- จากนั้นก็คลิกปุ่ม เตรียมบันทึก เปิดเทป แล้วกดบันทึก จากนั้นก็รอจนเสร็จแล้วก็กดหยุดบันทึก เป็นอันเสร็จขั้นตอนบันทึก (โปรแกรมบันทึกบางโปรแกรมมีลูกเล่นที่ช่วยอำนวยความสะดวก เช่น ตั้งเวลาบันทึกได้ บันทึกเมื่อมีสัญญาณเสียงหยุดเมื่อไม่มีสัญญาณ เป็นต้น)

เทคนิคการบันทึก
หากต้นฉบับที่บันทึกและเครื่องเล่นมีคุณภาพดี ก็จะทำให้ไฟล์เสียงที่บันทึกได้มีคุณภาพดีด้วย หาไม่แล้วจะต้องมาแก้ไขปรับปรุงทีหลังซึ่งเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก จึงควรใส่ใจในการเตรียมการก่อนบันทึกจริงให้ดีก่อน เพื่อจะรีดเอาเสียงที่มีคุณภาพดีที่สุดจากเทปนั้น
- ควรตั้งค่า Volume ของเครื่องเล่นเทป ให้เหมาะสม (กรณีต่อช่องสัญญาณ Headphone) ประมาณ 50-75 % แล้วแต่คุณภาพเครื่องเล่นเทป
- ตั้งค่า Volume ของช่องบันทึกให้เหมาะสม ทดลองดูสัญญาณเสียงอย่าให้เสียงแตก หรือสังเกต VU meter อย่าให้ไฟขึ้นถึงขีดแดง
- คอมพิวเตอร์ควรต่อสายดิน เพื่อลดสัญญาณรบกวน พวกเสียงจี่ เสียงฮัม
- ควรทำความสะอาด ล้างหัวเทปก่อนทำการบันทึกจะได้เสียงที่มีคุณภาพดี
- การตั้งค่าบันทึก mp3 โดยปกติคุณภาพเสียงจากเทป พอจะเทียบเท่าคุณภาพไฟล์ mp3 ที่ 96 kbps 44 kHz (เทปคุณภาพธรรมดา หากเป็นเทป metal หรือ Chrome คุณภาพก็จะดีขึ้น) หากตั้งค่าที่สูงขึ้นก็จะได้เสียงที่ฟังแล้วเหมือนกับที่ 96 kbps แต่ถ้าตั้งค่าต่ำกว่า เสียงก็จะลดคุณภาพลง โดยเฉพาะเสียงแหลม ส่วนนี้สามารถทดลองดูได้เอง ประโยชน์ของการตั้งค่าพวกนี้คือ ไฟล์ที่บันทึกจะมีขนาดเล็กลงถ้าลดค่าการบีบอัดข้อมูล (bitrate - kbps,frequency - kHz) ทำให้ประหยัดเนื้อที่บันทึกได้มาก
(เคยพบว่าไฟล์เสียงแสดงธรรมของหลวงปู่สุวัจน์ ใช้ค่า mp3 ที่ 16 kbps โดยที่ยังสามารถฟังเสียงได้ดีพอควรทีเดียว )
- ขณะที่ทำการบันทึกก็ไม่ควรจะทำงานอื่นไปด้วย (หลายอย่างก็ทำได้ ทดลองดูเอานะครับ) เพราะโปรแกรมบางตัวอาจจะรบกวนการทำงานของโปรแกรมบันทึกเสียง แม้กระทั่งการเปิด-ปิดจอมอนิเตอร์ ก็อาจจะทำให้เกิดสัญญาณรบกวนเข้าไปขณะบันทึกได้ ยังไงทดลองดูก็ได้ (ขณะบันทึกก็ควรปิดจอมอนิเตอร์เพื่อประหยัดไฟฟ้าด้วย หากเกิดสัญญาณรบกวนก็เผื่อเวลาบันทึกไว้ก่อนก็ได้แล้วค่อยไปตัดออกทีหลัง)


บันทึกทุกเสียงที่ได้ยิน ด้วย Super Mp3 Recorder

ผมเองเป็นนักดนตรีเก่า ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำมาหากิน ก็เคยบันทึกเทปการแสดงสดเอาไว้เป็นที่ระลึกเหมือนกัน มาวันนี้นึกครึ้มๆ ลองเอามาทำเป็น MP3 ไว้ฟังในรถหรือในคอมบ้างเห็นท่าจะดี เผื่อใครสะดุดหูจะได้ถามว่าวงอะไร ก็จะได้(แอบ)คุยกะเขาได้บ้าง ว่าลุงเล่นเองแหละ


<< การแปลงเทปเป็นไฟล์เพลงสำหรับไรท์ลง CD >>
เขียนโดย คุณ GeNiaL
 
สิ่งที่ต้องมีครับ

1. Computer

2. เครื่องเล่นเทปที่มีช่อง Audio Out ในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบแจ็ค Stereo Out ( แบบที่ใช้หูซาวน์เบาท์เสียบ) หรือแบบ RCA (แบบตรงที่ท้ายเครื่องเล่น VCD ของเรา)



3. สายโอนข้อมูล ซึ่งปลายด้านนึงจะต้องสามารถเสียบเข้าช่อง Line In ของ Computer เราได้ (จะต้องเป็นแบบหัวแจ๊คซาวน์เบาท์ตัวผู้นะครับ) และปลายอีกด้านนึงจะต้องเป็นแจ็ค ที่สามารถเสียบเข้าได้กับ Audio Out ของเครื่องเล่นเทปเราครับ

4. โปรแกรมอัดเสียงสักโปรแกรมครับ ในที่นี้ขอแนะนำ Jetaudio นะครับ เพราะหลายๆท่านน่าจะพอหาได้ (และใช้งานไม่ยาก แถมยังทำอะไรได้มากกว่า ดูหนัง ฟังเพลง อัดเสียง ฯลฯ)

5. เทปที่เราต้องการจะสำเนาลงแผ่น CD

6. แผ่น CD เปล่าๆสักแผ่น

7. โปรแกรมสำหรับ Burn แผ่นครับ (หลายๆท่านคงใช้ Nero) ในที่นี้ขอแนะนำ Windows Media Player นะครับ

จุดประสงค์เพื่อต้องการที่จะเก็บเพลงที่เราชื่นชอบไว้ในสื่อ CD-ROM เพราะง่ายต่อการจัดเก็บและมีอายุการเก็บรักษานานกว่าเทป มิใช่เพื่อต้องการ นำไปสำเนาเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกแต่อย่างใด (ทำเอาไว้เพื่อรับชมและรับฟังภายในบ้านพักอาศัยเท่านั้นจริงๆนะจะบอกให้)


เริ่มกันเลยนะครับ

<<<< จัดเตรียมเครื่องมือ >>>>

1. ขั้นแรกให้เราทำการต่อสายโอนข้อมูลของเรา เข้ากับเครื่องเล่นเทปตรงช่อง Audio Out ก่อนครับ

2. ต่อมาก็ต่ออีกปลายนึงเข้ากับช่อง Line In หรือ Microphone ของคอมพ์เราครับ ในที่นี้ขอเป็นช่อง Line in นะครับ

3. ต่อมาเราต้องตั้งค่า Volume Control ของเราก่อนครับ เพื่อที่มันจะได้สามารถบันทึกเสียงต่างๆที่ผ่านเข้ามายังเครื่องของเราได้

4. โดยไปที่ Task Bar นะครับ แล้วคลิ๊กขวาที่รูปลำโพงเราครับ แล้วเลือก Open Volume Control ครับ





5. จะได้ดังภาพนะครับ ให้เราไปเพิ่มแถบควบคุมในส่วนของ Line-in ก่อน (เพราะเราเอาเสียงเข้ามาทางช่อง Line-in)

6. โดยไปที่ Option > Propeties จะได้ หน้าต่างของ Properties ขึ้นมานะครับ ให้เราเช็คบ๊อคหน้า Line-in ครับ แล้ว ok

7. ตรงนี้ เราจะมีแถบเครื่องมือ Line in Control ขึ้นมาใช้งานแล้วนะครับ

8. ลองทำการเปิดเพลงด้วยเครื่องเล่นเทปเราครับ แล้วฟังด้วยลำโพงคอมเราดูครับว่าเสียงมาไหม ถ้ามาก็ ok ครับ ถ้าไม่มาให้ไล่เช็คสายและ ขั้นตอนต่างๆ รวมถึงดู Driver Sound ให้ดีด้วยนะครับ

9. อ้อ อีกจุดหนึ่ง หากเครื่องเล่นเทปของท่าน มีชุดปรับ Equlizer น้อยๆอยู่ด้านหน้าด้วย ผมแนะนำให้ท่านดันปุ่มทั้งหมดลงมาล่างสุดไปเลยครับ ถ้าไม่มีก็แล้วไป


<<<<เซ็ตโปรแกรมให้พร้อมใช้>>>>

1. ในที่นี้ใช้ JetAudio นะครับ เพราะเครื่องมืออัดเสียงของ Windows สามารถอัดได้แค่ทีละ 1นาที ซึ่งไม่พอครับ ขั้นแรกก็ให้เราเปิดโปรแกรม JetAudio ขึ้นมานะครับ

2. ต่อมา ให้เราไปที่ RECORDING ครับ



3. จะได้หน้าต่าง Recording ของ JetAudio ขึ้นมานะครับ ให้เราทำการตั้งค่าต่างๆดังนี้นะครับ



4. ตรงช่อง Source ให้เราเลือกแหล่งที่มาของเสียงครับ ในที่นี้เลือก Line in นะครับ เพราะเราเอาเสียงเข้าทางนี้

5. ในกรอบ Taget ช่อง Encoder ให้เราเลือก Format ของเสียงที่ได้ครับ ว่าจะให้อยู่ในรูปแบบใด ผมเลือกเป็น WAV นะครับ

6. ในกรอบ Taget ช่อง Folder ให้เราเลือกที่ๆจะเก็บไพล์เสียงที่ได้ว่าจะเอาไว้ที่ใด ในที่นี้ผมเลือกที่จะเก็บเอาไว้ที่ My Document / My Music ครับ

7. ในกรอบ Taget ช่อง File name เราสามารถตั้งชื่อไพล์ที่เราบันทึกได้ครับ แต่ผมจะยังไม่ตั้งนะครับ จะไปแก้เอาทีหลัง เพราะเทปทั้งม้วน ชื่อเพลงคงไม่ซ้ำกันแน่นอน

8. เอาละเมื่อเราเซ็ตเจ้า Jet ของเราพร้อมแล้ว จุดสำคัญอีกที่นึงคือตรงนี้เลยครับ ในส่วนของ Volume Control ตรง Line in Control นั้น ผมแนะนำให้ปรับลงมาต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ เพราะจากที่เคยลองมา พบว่าเสียงที่ได้ จะดังมากกกก มากจนเสียงแตกไปเลยครับ ไม่สามารถ เอามาฟังได้ไพเราะ และอย่าให้มีเช็คบ๊อคตรง Mute ล่ะครับ ถ้ามีก็เอาออกซะ



9. ถามว่า แล้วจะลดลงมาเท่าไหร่ถึงจะพอดี เรามาสังเกตุตรงนี้ครับ โดยการปรับลงมาให้ต่ำมากๆ แล้วลองบัณทึกดูครับ ให้เราสังเกตที่โปรแกรม JetAudio ตรงกรอบ Status ตรง Recording Volume ครับ หากเสียงมันวิ่งไปถึงขีดแดง นั่นก็แสดงว่าเสียงที่นำเข้ามานั้นดังเกินไปแล้วครับ



10. วิธีปรับ แน่นอนครับ ถ้ามี Equlizer ที่ตัวเครื่องเล่นเทปเรา เราต้องกดลงมาล่างสุดให้หมดก่อนครับ แล้วก็ลด Volume ของเครื่องเล่นเทปลงให้มากที่สุด เท่าที่เสียงที่ออกลำโพงคอมพ์เราจะฟังรู้เรื่องครับ แล้วให้เราค่อยๆลด Volume ตรง Line in Control ของ Volume Control ของคอมพ์เราลงเรื่อยๆครับ จนกว่าจะพบว่าเสียงมันไม่ดังไปจนถึงขีดแดงแล้ว ก็ ok ครับ



(คำแนะนำ เสียงที่เราได้ยินอาจจะเบามาก แต่เวลาอัดเสียงเสร็จแล้ว เราจะพบว่ามันจะดังมากกกกก จนเสียงแตกไปเลย ฉะนั้นอย่าตกใจว่าเสียงที่อัดได้จะไม่ได้ยิน)


<<<< ลงมือ >>>>

เมื่อเราเซ็ตเครื่องมือทั้งหมดของเราจนพร้อมแล้ว เราก็จะเริ่มลงมือกันนะครับ โดยแรกสุดให้เราทำการ

1. กรอเทปไปต้นม้วนครับ และจำให้ดีด้วยว่านี่หน้า A หรือ B กันลืม แล้วจะส่งผลให้เรา Rename ผิดชื่อผิดเพลงในตอนหลังสุด

2. ทำการเล่นเทป เมื่อจะบันทึก ก็กดปุ่ม Start ครับ แล้วรอครับ ไปเรื่อยๆ



3. เมื่อเพลงใกล้จบ เราก็เตรียมตัวให้พร้อมครับ เมื่อเพลงจบแล้ว ให้เรากดปุ่ม Stop ครับ



4. แค่นี้ เพลงแรกของอัลบั้มก็เสร็จแล้วครับ

5. ให้เราทำการกดปุ่ม Start เพื่อเริ่มบันทึกเพลงต่อไปเลยครับ

6. แล้วกดปุ่ม Stop เมื่อเพลงจบ แล้วทำซ้ำไปซ้ำมาอย่างนี้จนหมดม้วนครับ

7. เมื่อเสร็จทั้งหมดแล้ว ให้เราเข้าไปดูที่โฟลเดอร์ที่เราตั้งเอาไว้ให้เก็บไพล์เสียงที่ได้ เราจะพบว่ามันจะมีไฟล์ที่ชื่อ Recorded Audio 2548-มี.ค.-08 02-08-37 AM ประมาณนี้อยู่นะครับ จำนวนเท่าๆกับจำนวนเพลงที่เราบันทึกลงไป



8. ให้เราทำการ Rename เพลงต่างๆให้ตรงกับ Lable ของมันครับ แล้วเพลงทั้งหมดก็พร้อมที่จะถูกนำไปฟังได้แล้วครับ




<<< การบันทึกเพลงลงแผ่น CD >>>

ในที่นี้ผมจะสร้างแผ่น Audio CD ขึ้นมานะครับ ให้ในแผ่นมีแต่เพลงพวกนี้ที่เราได้บันทึกไว้ ที่ผมสร้างเป็น Audio CD เพราะมันจะสามารถทำไปฟังได้กับเครื่องเล่น CD ทุกประเภทครับ

เครื่องมือที่ผมใช้ก็คือ Windows Media Player ครับ ส่วนวิธีทำก็ไปดูเอาตามลิงค์นี้นะครับ ขออณุญาตไม่เขียนเอง เพราะแค่นี้ก็ยาวววมากแล้วครับ และพอดีมีคนเขียนเอาไว้แล้วด้วย

http://www.justusers.net/articles/multimedia/mediaplayer/mediaplayer.htm


สรุป เทคนิคคืออะไร

เทคนิคคือ

1. เราต้องปรับ Volume ของเครื่องเล่นเทปเราให้เบาๆไว้ก่อนครับ

2. ถ้าเครื่องเล่นเทปเรามีชุด Equlizer ติดอยู่ด้วย ให้เราดันชุด Equlizer ทั้งหมดลงมาให้สุดด้านล่างเลยครับ

3. ทำการลด Volume ของ Line in Control ให้ เบาลงมากๆ โดยสังเกตุจากกรอบ Status ตรง Recording Volume ครับว่า หากเสียงมัน วิ่งไปถึงขีดแดง นั่นก็แสดงว่าเสียงที่นำเข้ามานั้นดังเกินไปแล้วครับ

4. เนื่องจากขณะที่อัดเสียง เราต้องลด Volume ค่อนข้างมาก เลยทำให้เสียงอาจจะไม่ออกลำโพง ทำให้เราไม่รู้ว่าเพลงถึงไหนแล้ว ตรงนี้เราต้องเร่งลำโพงเราให้ดังๆๆเข้าไว้ครับ (หมุนปุ่มที่ลำโพงนะครับ ไม่ใช่ไปปรับที่คอมพ์นะครับ)

5. เมื่ออัดเพลงแรกแล้ว ควรทำการลองฟังก่อนนะครับ โดยให้เราปรับหมุนลำโพงเรามให้ระดับเสียงปกติก่อน แล้วค่อยฟังครับ เพราะเสียงระหว่างอัด จะเบากว่าเสียงที่เราได้ฟังสุดท้ายจริงๆ

6. เมื่อพอใจแล้ว ก็ไม่ต้องปรับแก้ครับ แต่ถ้าดังไป ซ่าไป ก็ค่อยๆไปแก้ตามจุดที่ผมบอก แค่นี้หละครับ แล้วลุยเลย

จบครับ งงไหมครับ ผมยัง งง เลยครับ
เฮ้อ..แต่ผมก็ใช้วิธีนี้ในการเก็บเพลงบรรเลงของ YANI เอามาไว้ใน CD แล้วนะครับ ก็ใช้ได้ดี


 
edit @ 2007/06/23 02:39:39
edit @ 2007/06/23 02:41:43
edit @ 2007/06/30 13:36:25